วิธีดูแลผิวพรรณให้สดชื่น ไม่ขาดน้ำในภาวะอากาศร้อนจัด

วิธีดูแลผิวพรรณให้สดชื่น ไม่ขาดน้ำในภาวะอากาศร้อนจัด

ประเทศไทยนั้น เป็นประเทศที่แทบจะมีอากาศร้อนตลอดแทบทั้งปี เพราะด้วยตั้งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรของโลก ยิ่งเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการด้วยแล้ว มักจะมีอากาศร้อนจัด แดดแรง จนถึงขั้นทำให้ไม่สบายจนล้มหมอนนอนเสื่อไปได้ก็มี หลายคนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อนจัด แดดแรงได้ เพราะจำเป็นต้องออกไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือไปทำงานกลางแดดเป็นเวลานานๆ ก็มักจะส่งผลเสียทำให้ผิวพรรณดูไม่สดชื่น แห้งเหมือนผิวขาดน้ำ หากโดนแดดจัดเป็นเวลานาน จะทำให้ผิวไหม้ แสบร้อนได้ ดังนั้น วิธีที่จะช่วยดูแลผิวพรรณของร่างกายให้สดชื่น หากจำเป็นต้องเป็นกับภาวะอากาศร้อนจัด แดดแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีดังนี้

  1. ดื่มน้ำเยอะๆ

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เบสิคที่สุด เพราะยิ่งเจอความร้อนมากเท่าไหร่อุณหภูมิของร่างกายจะยิ่งสูงมากขึ้นเท่าไหร่ และยังทำให้ร่างกายเสียน้ำเป็นจำนวนมาก การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ นอกจากจะช่วยทดแทนน้ำที่ร่างกายเสียไปแล้ว ยังทำให้อุณหภูมิในร่างกายได้ปรับสภาพลง ทำให้ร่างกายไม่ตกอยู่ในภาวะช็อคจากอากาศร้อนจัด และทำให้ผิวพรรณดีได้อีกด้วย

  1. น้ำมันมะกอกเคลือบผิว

น้ำมันมะกอกนอกจากจะช่วยขจัดสารพิษ และสิ่งตกค้างตามรูขุมขนจากผิวได้แล้ว ยังมีส่วนช่วยสำคัญในการเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวพรรณได้ คล้ายกับเก็บกักความชุ่มชื่นไว้ที่ผิวหนังแม้ในวันที่ต้องเจอกับแดดจัดก็ตาม โดยหมั่นทาที่ผิวทุกคืนก่อนนอน จะเป็นการช่วยทำให้กลับมาดูอิ่มน้ำ สุขภาพดีได้ง่ายๆ ด้วย

  1. ขัดผิวอย่างเป็นประจำ

เหงื่อไคลในช่วงหน้าร้อนมักจะมีอยู่บ่อยๆ ทำให้กลายเป็นคราบขี้ไคลที่มักจะไปอุดตันที่ผิวหนังในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย การขัดผิวด้วยสครับ อยู่สม่ำเสมอจะช่วยทำให้ผิวพรรณสะอาดแล้ว ยังทำให้ผิวสดใส ไม่ว่าจะทาครีมโลชั่นอะไรก็ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ทั้งนี้หากโดนแสงแดดเผาอย่างรุนแรงอาจทำให้ผิวแสบร้อน ให้ลองใช้วิธีภูมิปัญญาชาวบ้านโดยการนำว่านหางจระเข้ปอกเปลือก แล้วล้างให้สะอาด มาประคบกับผิวหนังบริเวณที่ถูกแดดเผาก็ช่วยได้ไม่แพ้กัน

  1. ผักผลไม้วิตามินที่ขาดไม่ได้

การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่สำหรับผักผลไม้นั้น ถือเป็นอาหารผิวที่มีวิตามินบำรุงช่วยทำให้ผิวไม่แห้ง ดูสดใสแม้จะต้องเจอกับสภาวะอากาศที่ไม่เป็นใจในแต่ละวันมากนักก็ตาม การทานผักผลไม้อย่างเป็นประจำส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

การดูแลผิวพรรณให้ดีเหมาะสมกับแต่ละฤดูกาลนั้น สามารถทำได้ตลอดทุกวัน เป็นการดูแลจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างเต็มที่ สุขภาพผิวดี สุขภาพกายดี สุขภาพใจดี เท่านี้ก็มีความสุขได้เต็มที่อยู่แล้ว

 

Continue Reading

อาการตากระตุกเกิดขึ้นจากอะไร แก้ไขได้อย่างไร

อาการตากระตุกเกิดขึ้นจากอะไร แก้ไขได้อย่างไร

 

“ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” ยังเป็นคำที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยอยู่เสมอ ดวงตาจึงถือเป็นอวัยวะสำคัญของมนุษย์ที่ต้องหมั่นดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ จนบางครั้งเราอาจลืมคิดไปว่าการใช้สายตามากเกินไปในแต่ละวันไม่ว่าจะเกิดจากการทำงานหน้าจอนานๆ หรือการใช้สายตาเป็นเวลานานๆ ติดต่อกันอย่างเช่น การขับรถทางไกล เป็นต้น ย่อมจะส่งผลกระทบต่อดวงตา จนเกิดอาการตากระตุกที่มักจะถูกเกี่ยวโยงไปยังเรื่องของโชคลาง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วอาการตากระตุกเป็นเหมือนสัญญาณเตือนอีกอย่างหนึ่งของร่างกายที่เกี่ยวกับสุขภาพของดวงตานั่นเอง

อาการตากระตุกแบบทั่วไปมักจะมีการกระตุกเล็กน้อยไปจนถึงอาการผิดปกติที่กระตุกทั้งวัน จนสร้างความรำคาญใจ และอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้อีกด้วย โดยอาการตากระตุกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  1. การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่มักจะเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สายตาทำงานหนัก อย่างการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือแม้แต่การจ้องจอดูหนังหรือซีรี่ย์ติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ล้วนแต่ส่งผลต่อดวงตาได้ทั้งสิ้น
  1. แสงแดด ลมแรง การมองแดดแรงหรือเจอลมแรงปะทะหน้า และดวงตา จนทำให้ตาแห้งก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการตากระตุกได้เช่นกัน
  1. ความเครียด วิตกกังวล หากเป็นช่วงที่มีความเครียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ร่างกายมักจะเกิดเอฟเฟคต่างๆ อาการตากระตุกก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณของร่างกายที่แสดงออกมาได้เช่นกัน
  1. เกิดจากปัจจัยภายในร่างกาย อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด รวมไปถึงกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาทำงานผิดปกติ ทั้งนี้อาจเสี่ยงต่อโรคอัมพาตทางใบหน้าได้เช่นกัน

หากรู้สึกว่าเกิดอาการตากระตุกอยู่บ่อยครั้ง สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง โดยวิธีง่ายๆ ดังนี้

นวดดวงตา คลึงเบาๆ เป็นเวลา 30 วินาทีพัก และหมั่นไปเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณรอบดวงตา และเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อรอบดวงตา

สลับน้ำอุ่นและน้ำเย็นพรมรอบดวงตา เป็นการกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของหลอดเลือดรอบดวงตา โดยใช้สำลีชุบน้ำอุ่นพอหมาดเช็ดวนบริเวณรอบดวงตา และสลับใช้น้ำเย็นชุบสำลีพอหมาดเช็ดวนบริเวณรอบดวงตาซ้ำ ทำสลับกัน 9-10 รอบ จะช่วยหยุดอาการตากระตุกได้

น้ำตาเทียมช่วยได้ เมื่อเกิดอาการตาแห้งมักจะทำให้มีอาการตากระตุก น้ำตาเทียมจะช่วยทำให้ดวงตามีความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น และทำให้ดวงตาสดใสขึ้นด้วย

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมไปถึงลดเครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีนให้น้อยลง ก็เป็นส่วนช่วยสำคัญที่จะทำให้ดวงตาทำงานน้อยลง มีเวลาได้พักผ่อนมากขึ้น และยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายด้วย

อย่างไรก็ตามอาการตากระตุกนั้น หากเป็นติดต่อกันนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ และมีอาการผิดปกติอื่นร่วมเข่น ตาบวม ตาแดง หรือมีขี้ตามากผิดปกติ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจเช็คอย่างละเอียดต่อไป จะดีที่สุด

Continue Reading